หนังสือ: ร้อยเอ็ดมาจากไหน?
สำนักพิมพ์แม่คำผาง | หนังสือแนะนำ | November 3, 2014 | Recorder: xers | 2,785 Views

ผู้แต่ง: สุจิตต์ วงษ์เทศ
จำนวนหน้า: 120 หน้า
ราคา: 120 บาท
พิมพ์โดย: สำนักพิมพ์แม่คำผาง
ประเภท: ประวัติศาสตร์
ISBN: 9789749747148

“ร้อยเอ็ด”มาจากไหน? ทำไมไม่ใช่ “สิบเอ็ด”?

จังหวัดร้อยเอ็ด มาจากนามเดิมว่า เมืองร้อยเอ็ด หมายถึงเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้าและเส้นทางคมนาคมทางบกทางน้ำกว้างไกลไปทุกทิศทาง เหมือนมีประตูช่องทางออกไปติดต่อบ้านเมืองต่างๆได้ร้อยเอ็ดทิศ

ชื่อเมืองว่า “ร้อยเอ็ด”ได้จากชื่อในตำนานอุรังคธาตุ(คำบอกเล่าความเป็นมาของพระธาตุพนม จ. นครพนม) ว่าเมืองร้อยเอ็ดประตู เพราะเป็นเมืองใหญ่มีบริวารถึง 101 เมือง กับประตูเมือง 101 ประตู

ต่อมาได้มีข้อโต้แย้งจากผู้รู้บางท่านว่า “เมืองนี้มีเพียงสิบเอ็ดประตูเท่านั้น เพราะการเขียนตัวเลขสิบเอ็ดของคนอีสานและคนลาวสมัยก่อนนั้นเขียนว่า 101 ซึ่งต่อมาคนไม่เข้าใจการเขียนการอ่านของคนอีสาน จึงอ่านผิดไปเป็นหนึ่งร้อยเอ็ด หรือร้อยเอ็ด ด้วยเหตุนี้เมืองที่ควรจะชื่อว่าเมืองสิบเอ็ดประตูจึงกลายเป็นเมืองร้อยเอ็ดประตูไป”

แต่ข้อโต้แย้งต้องตกไป เพราะต้นฉบับตัวเขียนบนใบลานตำนานอุรังคธาตุไม่ได้เขียนเป็นตัวเลข แต่เขียนเป็นตัวอักษร กรมศิลปากรบอกไว้ในเอกสารชื่อบ้านนามเมือง…ร้อยเอ็ด (พิมพ์ พ.ศ. 2552) ว่า

“จากการตรวจสอบของนักภาษาโบราณ กรมศิลปากร ไม่พบว่าในตำนานอุรังคธาตุมีการเขียนชื่อเมืองร้อยเอ็ดประตูด้วยตัวเลข หากแต่เขียนเป็นตัวอักษรทั้งสิ้น”

แล้วอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “ถึงแม้ว่าร่องรอยของประตูเมืองร้อยเอ็ดโบราณจากภาพถ่ายทางอากาศเมื่อ พ.ศ. 2496 จะปรากฏว่ามีช่องทางเข้าออก 11 ประตู ก็ตาม แต่จำนวน 11 ประตูก็มิได้เป็นจำนวนที่มากเกินปกติจนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองได้ เพราะเมืองโบราณศรีเทพซึ่งเป็นเมืองโบราณที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ร่วมสมัยและมีการขยายเมืองเช่นเดียวกันนั้น ก็มีการเพิ่มจำนวนช่องทางเข้าออกเป็น 11 ช่องทางตามการขยายของตัวเมืองเช่นกัน”

ร้อยเอ็ดจะตรงกับคำว่า“ทวารวดี” มีคำอธิบายของกรมศิลปากรเรื่องความหมายของเมืองร้อยเอ็ดประตู ไว้น่าเชื่อถือ มีความว่า

“ในตำนานอุรังคธาตุ กล่าวว่าเมืองร้อยเอ็ดประตูมีประตูเท่าจำนวนเมืองขึ้น 101 เมือง การใช้จำนวนประตูเมืองมากมายนั้นเป็นความหมายแสดงถึงอำนาจที่แผ่ขยายกว้างไกลออกไปทุกทิศทาง โดยคติดังกล่าวนี้น่าจะมีที่มาจากอินเดีย ดังเช่นชื่อ ทวารวดี เมื่อแปลตามรูปศัพท์แปลว่าเมืองที่มีประตูเป็นกำแพง (ทวาร-ประตู และ วติ-รั้ว, กำแพง) และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับชื่อเมืองร้อยเอ็ดประตู ก็จะให้ความหมายถึงการเป็นเมืองศูนย์กลางที่มีอำนาจครอบคลุมออกไปโดยรอบทุกสารทิศเช่นเดียวกัน

ชื่อเมือง ‘ร้อยเอ็ดประตู’ เป็นมงคลนามที่ผู้ตั้งต้องการให้หมายถึงว่าเป็น ‘เมืองที่มีอำนาจแผ่ขยายกว้างไกลออกไปทุกทิศทาง’ ซึ่งคงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีประตูจริงๆถึง 101 ประตู”

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ผมได้จากเอกสารประกอบนิทรรศการฯของกรมศิลปากรเรื่องชื่อบ้านนามเมือง…ร้อยเอ็ด ผลิตเผยแพร่โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด เมื่อ พ.ศ. 2552

ขอแนะนำให้พิมพ์คำอธิบายนี้แจกจ่ายโรงเรียนกับวัดทุกแห่งทั่วจังหวัดร้อยเอ็ด ถ้าปรับให้สั้นและกระชับ แล้วขัดเกลาให้ง่ายๆกว่านี้จะยิ่งดีวิเศษหลายๆ

ควรทำแผ่นป้ายเขียนอักษรโตๆติดไว้ทางเข้าพิพิธภัณฑ์ฯร้อยเอ็ด หรือจะติดทั่วไปตามสี่แยกในเมืองกับนอกเมืองทั่วจังหวัดก็ยิ่งประเสริฐนัก ผู้ว่าฯร้อยเอ็ดควรลงมือทำอย่างนี้ นี่คือแบ่งปันความรู้ตามอัธยาศัยไปตลอดชีวิต

ผมเคยเขียนตำหนิว่าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมีภารกิจหลักแบ่งปันความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แต่ไม่ทำ

ภัณฑารักษ์กรมศิลปากร เลยพากันด่าทอต่อว่าผมลับหลังอย่างไม่มีดี แล้วราวจะตะโกนว่า “งานแบ่งปันความรู้ท้องถิ่น ไม่ใช่หน้าที่ของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ”

ก็ขอได้โปรดทำความเข้าใจใหม่อย่างใจกว้างขวางเถิดว่ามีภาระหน้าที่แบ่งปันความรู้จริงๆ ขอให้ดูพิพิธภัณฑ์ร้อยเอ็ดเป็นกรณีตัวอย่าง ซึ่งควรต้องยกย่องอย่างสูงไว้ตรงนี้ เพราะมีคุณค่าต่อสังคมร้อยเอ็ดและประเทศไทยโดยรวม

ที่มาของบทความ: http://www.sujitwongthes.com/

หนังสือใหม่
เข้าระบบ | ออกระบบ © All Right Reserve 2012 Design by xers : Begin August 19, 2012 | 258241 Views